ผมลืมตาขึ้นมา
ก้อนเมฆสีเทาหนาเตอะลอยหนักอึ้งอยู่บนท้องฟ้า สายฝนโปรยปรายกระทบกระจกรถเป็นรอยหยดน้ำจางๆ รถมินิแวนสีดำเจ็ดที่นั่งบรรทุกผู้โดยสารหกคนกำลังขับเคลื่อนผ่านเส้นทางที่ดูเหงาหงอย ข้างทางมีเพียงสีเขียวของใบไม้กับสีม่วงของดอกอินทนินและตะแบกพุ่งผ่านไปดูพร่าเลือน
เสียงวิทยุดังมาจากที่นั่งข้างหน้า
“ แค่ให้ฉันได้บอกเธอสักคำ
พูดในวันที่จำต้องจาก
อยากให้รู้ว่ารักเธอมาก และจะรัก รักตลอดไป
เกิดชาตินี้แค่ได้พบเจอ เกิดชาติหน้าค่อยฝันกันใหม่
วันนี้ใจสลาย
ยอมจำนนให้ฟ้าดินแยกเราไกลกัน ”
แล้วท่อนสุดท้ายก็ดังตามมา
“คนรักกันใยฟ้าดินถึงไม่เข้าใจ”
เพลงบางเพลงก็ทำให้เรานึกถึงความหลังเนอะ
เสียงฝนตกดังต่อไปอย่างไม่ใส่ใจจะหยุดหรือตกให้หนักขึ้น เพลงจบแล้ว อินโทรของเพลงต่อไปกำลังดังขึ้นต้น พี่เสริฐกับพี่อิ๋มกำลังถกกันเรื่องการเมือง คุณแม่กำลังบอกเส้นทางให้ป๋า พี่กบกำลังคุยโทรศัพท์
เสียงเบาๆเหล่านั้นกล่อมจนผมผล็อยหลับไป
ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
ฝนคงจะเพิ่งหยุดตกไป พวกเราถึงที่พักแล้วก็แยกย้ายเข้าไปในห้อง
ยามเย็นตามมาอย่างรวดเร็ว ผมนั่งกินอาหาร และพูดคุยกับเพื่อนเก่า ท่ามกลางบรรยากาศที่มีสายลมพัดผ่าน กับสระน้ำที่ฝูงปลาแหวกว่ายเอื่อยๆ ปล่อยใจจากปัญหาที่รุมเร้าอยู่ในปัจจุบัน ที่รู้ว่ามันกำลังจะตามมาในไม่ช้า….
ตั้งแต่สองทุ่ม พวกเรานั่งเล่นไพ่ -- ผิดกฏหมายนะเด็กๆ --อย่างเมามันในอารมณ์
ก่อนจะแยกย้ายกันเข้านอน