ควันพิษหลายกิโลตันลอยเข้าจมูก เมื่อรถสายนี้เริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตแดนอันไม่คุ้นเคย ความรู้สึกพวกเราคงเหมือนกับพจมาน
ยามเผชิญหน้ากับบ้านทรายทองครั้งแรก … ให้ตายสิ ทำไมต้องถ่อกันมาเรียนไกลกันขนาดนี้ด้วย
ข้าพเจ้าเพิ่งทราบผลการเรียนตัวเองเมื่อสักครู่ ก็ดีขึ้นอ่ะนะ ถ้าไม่ติด …. “ชี”
รถเลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกแฮปปี้แลนด์ พลอยก็พูดขึ้นว่า “เดอะมอลล์ เลี้ยวขวาไม่ใช่หรอ”
กูกะอีพิวส์มองหน้ากัน อีนี่ อย่าทำพวกกูหลอนสิ
แต่คนบนรถก็ลงกันเกือบหมดคัน ทั้งหมดก็เลยตัดสินใจลุกขึ้น ก้าวเท้าอย่างมาดมั่น และลงจากรถ…..
ยืนปรึกษาหารือกันอยู่สักพัก คงไม่รอดแน่ๆ ถ้ายังคุยกันสามคนแค่นี้
หันไปเจอป้าขายพวงมาลัย ….ป้าบอกไม่รู้
พอหันไปถามป้าขายสตรอเบอรี่ …ไม่ทราบ
ยืนมองหน้ากันอีกครั้ง ข้าพเจ้าหยิบโทรศัพท์กดเบอร์คนที่คิดว่ารู้ทาง
พอฝ่ายนั้นถามว่า “มึงอยู่ที่ไหน” ผมก็ได้แต่ตอบไป “กูก็ไม่รู้”
มีพี่ผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนลอกแลกๆ อยู่ตรงนั้น มองพวกเราแล้วส่ายหน้า ด้วยความรำคาญปนอนาถใจ พี่คนนั้น
ก็เลยถามว่าจะไปที่ไหน พวกเราหันไปมองด้วยสายตาขอบคุณประหนึ่งเจอพระแม่มารีมาโปรด
คุยกันเสร็จเรียบร้อย ด้วยความที่เป็นเด็กมีการศึกษา และตรา รวบ. เด่นชัดอยู่บนอก ก็เลยต้องขอบคุณแรงๆให้พี่คนนั้น
ว่าแล้ว สามสหายก็ออกเดินทาง มุ่งหน้าสู่ “วิสุทธานี”
หลายๆ คนคงถามว่าทำไมมึงไม่ลากคนที่เคยไปมาด้วย นั่นสินะ ด้วยความเป็นเพื่อนที่ดีปนถูกบังคับสักเล็กน้อย
จากการลงสมัครเรียน 7 คน มีคนมารับหนังสือแค่ 3 คน และทั้ง 3 คนที่ว่าก็ไม่เคยย่างกรายมาแถบนี้แม้แต่น้อย
ปกติเดินพารากอน อะไร ๆ ที่ไฮโซเทือก ๆ นั้นอ่ะนะ
Visutthanee ป้ายชื่อซอยตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเด็กน้อยหน้าตาน่ารัก 3 คน ได้แต่มองป้ายนั้นด้วยความเกรงขาม
แค่ย่างก้าวแรก ก็สร้างความกดดันให้พวกเราได้อย่างมาก รอบตัวเงียบสงัด ไม่พบการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตใดๆ
ยกเว้นยาม 2 คนที่กำลังจู๋จี๋กันอยู่ที่ป้อม ไอ้เราก็ไม่กล้าขัดจังหวะน่ะนะ
มุ่งหน้าไปด้วยความบากบั่น สุดซอย โรงเรียนกวดวิชา อ.สมศรีกำลังรอพวกเราอยู่…..
การเคลื่อนไหวของผู้คนจำนวนมาก ทักทายพวกเราเมื่อมาถึงสะพานลอย ณ เดอะมอลล์บางกะปิ
ก้าวข้ามประตู เดินเชิดหน้ามั่น พลางทำสีหน้าแบบที่ประกาศให้คนทั้งห้างฯ รู้ว่า … พวกกูมาบ่อย
เดินไปอย่างไร้จุดหมาย มองหาสถานที่รับประทานอาหารที่พอจะประทังชีวิต
ระหว่างทางเจอคนโรคจิตมากมาย ถ้าจะจ้องหน้ากันขนาดนี้ ช่วยลากกูไปข่มขืนเลยดีกว่า
ในที่สุด พระเจ้าก็เข้าข้าง เราไปเจอศูนย์อาหารตรงชั้นห้าข้างโรงหนัง
มักกะโรนีร้านป้าคนนี้อร่อยไม่หยอก พวกเราตบท้ายด้วย Swensens โหะๆ กินอะไรเหมาะกับหน้าตาสุดๆ
พิวส์หยิบโรศัพท์ขึ้นมา พร้อมกับกล่าว่า 6 โมงเองเพื่อน
มองหน้ากัน ต่างพยายามระลึกไว้เสมอว่านี่ไม่ได้อยู่เซ็นทรัลบางนานะ
ยืนคอยรถเมล์ด้วยความละเหี่ยใจ หนังสือสมศรีที่ไม่รู้ว่าจะใหญ่อะไรนักหนาอยู่ในอ้อมแขน
เดินทางในเวลากี่นาทีไม่ทราบ พอซีคอนฯ ปรากฎสู่สายตา อีพิวส์เซดว่า พึ่งจะทุ่มนึงเท่านั้น
ลงจากรถ … ได้ยืนอยู่บนแผ่นดินอันคุ้นเคยไม่เท่าไหร่ รถเมล์สายต่อไปก็มาถึง
ในที่สุด รถที่ข้าพเจ้ารอคอยก็มา
โบกมืออำลาพลอยกับพิวส์ ก้าวขึ้นรถประจำทางอย่างสบายใจ ทรุดตัวลงนั่งบนเบาะริมหน้าต่างเบาะหนึ่ง
ดึกมากแล้ว สำหรับเด็กที่บ้านอยู่ไกลอย่างกู ข้าพเจ้าถอนหายใจ
และถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ…….